รู้ได้ไงว่าเพื่อน .. อยากเป็นแฟน

ถ้าคุณมีเพื่อนเป็นโขยงก็คงสนุกสนานเ ฮฮากันละซิ แต่บางคนไม่ได้มีเพื่อนมากขนาดนั้น ทว่าเห็นมีความสุขกันดีนี่นะ เพราะบางทีการมีเพื่อนเยอะ หรือเพื่อนน้อยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เนื่องจากความสำคัญของการมีเพื่อน มันอยู่ที่คุณภาพของบรรดาเพื่อน ๆ ที่คุณคบมากกว่านะจ๊ะ เพราะปริมาณไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพเสมอไปสักหน่อยเนอะ

          ว่าแล้ว อยากเขียนถึงเรื่องเพื่อนฝูงนี่แหละ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะมีใครบางคนรู้สึกงง ๆ กับพฤติกรรมของเพื่อนสนิทน่ะสิ ว่า เอ๊ะ...ทำไมพฤติกรรมของเพื่อนที่เคยคบกันตามธรรมชาติของความเป็นเพื่อนทั่ว ๆ ไป ทว่าเดี๋ยวนี้ถึงได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะทำตัวไม่เหมือนเคยซะแล้ว

          เช่น ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณกับเค้าซึ่งเป็นเพื่อนกันเนี่ย ไม่เจอกันทุกวันก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะทำงานหรือเรียนกันคนละแห่งนี่หว่า แล้วจะให้เจอกันทุกวันได้ไงล่ะ แต่เอ ทำไมเดี๋ยวนี้ เค้ากลับอยากเจอคุณทุกวัน แถมยังกระตือรือร้นที่จะเจอซะด้วยสิ ซึ่งหากวันไหนไม่ได้เจอ เค้าก็จะมาหาถึงถิ่นที่คุณเรียน หรือทำงานอยู่ หรือไม่งั้นจะโทรศัพท์ไปหา แบบว่าโทร.วันละหลาย ๆ หนซะด้วยนะ หนำซ้ำยังเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามคุณด้วยว่า คุณมีแฟนรึยัง...อ้าวนี่จะมาไม้ไหนกันแน่จ๊ะเนี่ย



เหตุนี้จึงอาจทำให้คุณงงขึ้นมาก็ได้นะว่า เอ๊ะเดี๋ยวนี้เพื่อนเราทำไมถึงเปลี่ยนไปแบบแปลก ๆ หยั่งงี้ก็มีด้วยเรอะ...โถ อันที่จริง ถ้าเพื่อนเปลี่ยนไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดนี่หว่า เพราะเพื่อนย่อมมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หรือบางทีก็แสดงอาการบ้า ๆ บอ ๆ เอ๊ย ปรับเปลี่ยนไปเป็นหยั่งงู้นหยั่งงี้ได้ทุกวัน เหมือนปุถุชนทั่วไปนั่นแหละจ้า

          แต่เอ...ถ้าเค้าเล่นถามว่าคุณมีแฟนรึยังแบบนี้ละก็ เห็นทีคงมีอะไรทะแม่ง ๆ ยังไงอยู่นะ ซึ่งหากเค้าถามแค่นี้ ก็อาจตีความได้ว่า ก. แค่อยากรู้ก็ได้ว่าคุณมีแฟนรึยัง? ถ้ายังไม่มีจะได้ช่วยแนะนำให้ "คนมาจีบ" คุณก็ได้...แต่ทำไมมาห่วงกันตอนนี้ด้วยล่ะ? หรือไม่งั้น ข.ความอยากรู้อยากเห็นของเค้าคงอยาก "จีบ" คุณซะเองรึเปล่าก็ได้นะ

          ฮ้า!!! ถ้าเค้าซึ่งเป็นเพื่อนของคุณเนี่ยนะ เกิด "มีใจ" อยากเป็นแฟนคุณขึ้นมาจริง ๆ เอ้า งั้นเค้าก็ต้องมีพฤติกรรมหรือการกระทำบางอย่างที่บ่งบอกว่า "รักคุณเข้าแล้ว" ออกมาให้คุณรู้บ้างละน่า แล้วบังเอิ๊ญ บังเอิญ มีแซมเปิ้ลจะเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ทำให้คุณรู้ได้ว่า เพื่อนชักไม่อยากเป็นแค่เพื่อน แต่อยากเป็นแฟนของคุณแทน ดังนี้ไงจ๊ะ....


1. เค้าอยากรู้และใส่ใจในเรื่องส่วนตัวของคุณน่ะซิ

          จากที่เคยรู้จักมักจี่กันผิวเผิน เพราะเวลาเม้าท์กันน่ะ มักคุยกันถึงเรื่องคนดัง ไฮโซ ดารา นักร้อง เพลงที่ชอบหรือไม่ชอบ รวมทั้งหนังเรื่องไหนดีหรือไม่ดี มากกว่าจะพูดถึงเรื่องตัวเองนี่หว่า แต่พอเค้าเริ่มหันมาสนใจคุณเข้าอย่างจังเบ้อเร่อ เหตุนี้เค้าถึงอยากรู้เรื่องราวส่วนตัวและราย
ละเอียดเกี่ยวกับคุณมากยิ่งขึ้นไงเล่า ถึงขนาดบางอย่างที่เค้ารู้เกี่ยวกับตัวคุณมาบ้างแล้ว เช่น คุณชอบสีอะไร? คุณชอบทานอะไร? หรือคุณชอบเพลงไหนเป็นพิเศษ? เค้าก็จะเพียรสอบถามคุณใหม่อีกครั้งว่าสิ่งที่เค้ารู้มานั้น ตอนนี้ความชอบดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไปรึยัง พูดง่าย ๆ ก็คือ เค้าอยากอัพเดท (อยากได้ข้อมูลที่ทันสมัยขึ้น) นั่นเอง

          เพราะบางทีจากที่คุณเคยชอบสีฟ้า อาจเปลี่ยนไปชอบสีเขียวแล้วก็ได้ หรือจากที่คุณชอบทานส้มตำปู อาจเปลี่ยนมาชอบส้มตำปลาร้าแทน (โอ้โห คงกลิ่นหึ่งน่าดู) เค้าจะได้บันทึกสิ่งใหม่ ๆ เกี่ยวกับตัวคุณเอาไว้ไง เผื่อเวลาจะซื้อของขวัญมาให้คุณ (เชอะฝันไปเถอะ...เอ๊ย เค้าต้องนึกอยากให้ของขวัญในวันสำคัญที่เกี่ยวกะคุณแหงๆ) จะได้เลือกสีได้ถูกใจเด๊ะ ๆ น่ะซิ เอ้า ในเมื่อเค้าอยากเป็นมากกว่าเพื่อนก็ต้องเพิ่มดีกรีในความสนอกสนใจหยั่งงี้แหละ

2. เค้าพูดจาไพเราะเสนาะหูกว่าสมัยที่เป็นเพื่อนซะอีก

          อ้าว... ในเมื่อเค้าเปลี่ยนใจไม่อยากเป็นเพื่อนกะคุณแล้วนี่หว่า ดังนั้น จึงพยายามจะเอาชนะใจ ด้วยการพูดคุยซะใหม่ แบบสุภาพเรียบร้อยกว่าเดิมจนคุณรู้สึกได้ก็แล้วกันว่า ตอนที่คุณคุยกะเค้าน่ะ โอ๊ย เค้าใช้คำพูดราวกะคุณเป็นคนพิเศษสุดในชีวิตของเค้าเชียวนะ ขนาดคนในครอบครัวหรือแม้แต่เพื่อนคนอื่น ๆ เค้ายังไม่พูดหวานด้วยปานนี้เลย แล้วแบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าเค้าสนใจอยากเขียนใบสมัครเป็นแฟนของคุณ แล้วจะเรียกว่าอะไรดีล่ะ

3. เค้าชอบปรึกษาหารือกับคุณเกี่ยวกับเรื่องในอนาคต

          อย่างชอบถามคุณบ่อย ๆ ว่า เค้าควรเรียนต่อดีไหม? หากเค้าจบแค่ปริญญาตรีแล้วอยากเรียนต่ออะไรเงี้ยะ แล้วอาจหารือต่อไปด้วยว่า ควรเลือกเรียนคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ไหนดี เรียนที่เมืองไทยหรือเมืองนอกถึงจะเข้าท่ามากกว่ากัน หรือชอบโทร.มาบอกคุณว่า เค้ามีโครงการที่จะทำอะไรในอนาคตบ้าง เช่น มีไอเดียที่จะเก็บตังค์ซื้อบ้านเป็นของตัวเองแล้วนะ ทั้ง ๆ ที่คุณยังไม่ได้ถามซะหน่อย แต่เค้าอยากบอกคุณนี่นา ต้องเข้าใจคนอินเลิฟหน่อยดี้

4. เค้ามักทำตัวให้ว่าง เพื่อที่จะไปไหน ๆ กับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา

          โดยเฉพาะชอบชวนคุณไปดูหนัง ดูละครเวทีแนวรักโรแมนติก หรือถ้าคุณอยากไปไหนขึ้นมาแต่ไม่มีเพื่อน งั้นโทร.ไปชวนเค้าได้เลยจ้ะ จะมัวโอ้เอ้อยู่ทำไม เพราะเค้าอยากถูกคุณชวนจะตายชัก ยิ่งถ้าไม่มี กขค. (ก้างขวางคอ) ยิ่งดี! อู้หู...เล่นทุ่มเทเวลาให้ขนาดนี้ ก็แสดงว่าเค้าพร้อมทุ่มเทชีวิตและจิตใจให้คุณด้วยแหง ๆ แล้วจะใจอ่อนไหมล้า?

Comment

Comment:

Tweet

พี่ออนเค้าก็เคยเป็นแบบนี้นะ


แต่เค้าก็ผ่านพ้นมาได้แล้วล่ะ

พี่สาวสบายดีนะจ๊ะ

เค้าอยากไปกทม.จังเลย

แต่งานที่ร้านยุ่งมากค่ะ

ไงว่างๆเค้าจะไปหาเน้อ

คิดถึงพี่สาวมากง่ะ

ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจที่

ส่งให้เค้าเสมอ

#2 By kangsoomeloveGD on 2010-07-07 07:23

อาอูวววววว~~~
สถานการณ์มันช้างน่ากลัว...

#1 By meejang on 2010-07-05 12:07